5 สถานที่สุดหนาวเย็นบนเทือกเขาหิมาลัยในอินเดีย ที่คุณควรไปเยือน!!

นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเทือกเขาหิมาลัย เจ้าของยอดเขาเอเวอร์เรสต์ที่สูงที่สุดในโลก และทอดยาวครอบคลุมพื้นที่ถึง 5 ประเทศ อันได้แก่ ภูฏาน อินเดีย เนปาล จีน และปากีสถาน นอกจากยอดเขาเอเวอร์เรสต์อันเป็นจุดหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของนักผจญภัย หิมาลัยยังมีสถานที่ที่น่าพิศวงมากมาย รอให้เราไปเยือนในหน้าหนาวคราวนี้

และนี่ก็คือ 5 สถานที่สุดหนาวเย็นบนเทือกเขาหิมาลัยในอินเดีย ที่ Sanook! Travel ขอท้าให้คุณไปเยือน1. เมืองกุลมาร์ค (Gulmarg) แคว้นแคชเมียร์

กุลมาร์ค (Gulmarg) เมืองขนาดเล็กในแคว้นจัมมูและแคชเมียร์ ทางตะวันตกของเทือกเขาหิมาลัย ที่มีชื่อเสียงเรื่องสถานที่เล่นสกีและสโนว์บอร์ด

การเดินทางท่องเที่ยวในเมืองนี้สามารถเดิน หรือนั่งรถแท็กซี่แบบโฟร์วีลไดรฟ์ก็ได้ แต่ที่ไม่ควรพลาดก็คือ กุลมาร์ค กอนโดลา (Gulmarg Gondola) หรือเคเบิลคาร์ที่ให้บริการรับส่งนักท่องเที่ยวขึ้นไปเล่นสกีบนเขา ที่เปิดให้บริการตั้งแต่ต้นฤดูกาลสกีในราวเดือนธันวาคม ไปจนถึงต้นเดือนเมษายนและนอกจากการเล่นสกีพร้อมชมทิวทัศน์สุดอลังการแล้ว คุณสามารถเข้าไปสักการะศาลของบาบา เรจิ หรือจะไปนั่งพักสงบจิตใจในโบสถ์เซนต์แมรี แล้วไปพักผ่อนสบายๆ ริมทะเลสาบ Alpather ก็ยังได้

2. ทะเลสาบฉางโก (Tsomgo Lake) แคว้นสิกขิม

ทะเลสาบฉางโก (Tsomgo) มีความหมายว่า ต้นกำเนิดของทะเลสาบ เป็นทะเลสาบน้ำแข็ง ตั้งอยู่ทางตะวันออกของแคว้นสิกขิม ที่ความสูง 3,753 เมตร สีสันของทะเลสาบที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล รวมทั้งกลายเป็นน้ำแข็งตลอดช่วงฤดูหนาว ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวสิกขิมโดยเชื่อกันว่าในสมัยโบราณ พระที่อาศัยอยู่บริเวณนี้จะทำนายอนาคตจากสีของน้ำในทะเลสาบ นอกจากทิวทัศน์ที่สวยงามยิ่งกว่าเดิมในฤดูหนาว นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ยังนิยมเดินทางไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า Kyongnosla Alphine ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของหมีดำหิมาลายัน นกชนิดต่างๆ แพนดาแดง และสัตว์หายากชนิดอื่นๆนอกจากนี้ ไฮไลท์ของที่นี่ก็คือการขี่จามรีหรือฬ่อท่องเที่ยวเลาะริมทะเลสาบ พร้อมชิมขนมและเครื่องดื่มจากร้านข้างทางแต่ขอเตือนไว้ก่อนว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาเที่ยวที่นี่ จะต้องมาเป็นกลุ่มตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และต้องทำเรื่องขออนุญาตเข้ามาท่องเที่ยวผ่านเอเจนซี่ที่ถูกกฎหมายเท่านั้น

3. เมืองชิมลา (Shimla) แคว้นหิมาจัลประเทศ

เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นหิมาจัลประเทศ ทางตอนเหนือของอินเดีย และเป็นศูนย์กลางการค้า วัฒนธรรม และการศึกษาของเมืองในหุบเขาละแวกนี้ด้วย ในอดีต เจ้าอาณานิคมอังกฤษขนานนาม ชิมลาว่าเป็นราชินีแห่งเนินเขา และพากันบุกป่าฝ่าดงเข้ามาสร้างบ้านเมืองที่นี่ เพราะชื่นชอบอากาศที่เย็นสบายเหมือนบ้านเกิด ความน่าหลงใหลของชิมลา คือหิมะขาวโพลน ลานไอซ์สเก็ตธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียใต้ ซึ่งจะเข้าไปเล่นได้ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ รวมทั้งกลิ่นของต้นสนขณะที่คุณเดินเล่นอยู่ในเมือง จิบกาแฟ หรือเดินซื้อของในตลาด นอกจากนี้ มรดกของชาวอังกฤษที่เคยอาศัยอยู่ในชิมลายังคงปรากฏให้เห็นอยู่มากมาย ทั้งโบสถ์และวิหารสถาปัตยกรรมแบบทิวดอร์และนีโอ-โกธิค รวมทั้งเส้นทางรถไฟกัลกา ? ชิมลา (Kalka-Shimla) ที่สร้างโดยเจ้าอาณานิคมอังกฤษ และกลายเป็นพื้นที่มรดกโลกของ UNESCO ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเช่นกัน

4. ช่องเขาโรตงก์ (Rohtang) แคว้นหิมาจัลประเทศ

เดินทางสู่ช่องเขาโรตงก์ (Rohtang La) หรือช่องเขาแห่งกองซากศพ ที่ผู้คนในอดีตเคยเอาชีวิตมาทิ้งไว้ท่ามกลางสภาพอากาศอันโหดร้าย เพื่อจะเดินทางไปยังจุดหมายที่ทิวเขาปีร์ ปันชัล (Pir Panjal) ทว่าบัดนี้ ช่องเขาโรตงก์ ทำหน้าที่เป็นประตูเข้าสู่เมืองลาฮอล และหุบเขาสปิติ และยังเชื่อมต่อไปถึงลาดักห์ สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของเหล่านักเดินเขาด้วย ในฤดูหนาวที่โรตงก์นี้ คุณจะได้พบกับทิวทัศน์บนยอดเขาที่สวยงาม และทะเลสาบน้ำแข็งในหุบเขาสุดอลังการ พร้อมกิจกรรมสนุกๆ อย่างการนั่งเลื่อน เล่นสกี และการเดินเขา (trekking) หรือถ้าอยากจะเอ็กซ์ตรีมกว่านั้น เราขอแนะนำให้ ?บิน? ชมวิวแบบ Bird-eye view ด้วยร่มร่อน (paragliding) รับรองว่าคุณจะได้ประสบการณ์อันสุดเหวี่ยง ที่ไม่มีวันลืมทีเดียว

 5. หุบเขาสปิติ (Spiti Valley) แคว้นหิมาจัลประเทศ

จากช่องเขาโรตงก์ คุณสามารถเดินทางเข้าสู่หุบเขาสปิติ (Spiti Valley) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของแคว้นหิมาจัลประเทศ ที่ได้ชื่อว่าเป็น ?มัชฌิมประเทศ? คือดินแดนตรงกลางระหว่างทิเบตและอินเดียนั่นเองและนอกจากวิวทิวทัศน์อันสวยงามอลังการแล้ว สถานที่ที่ต้องไปเยี่ยมชมให้ได้ ก็คือสำนักสงฆ์คีย์ ซึ่งเป็นวัดในพระพุทธศาสนาแบบทิเบต ตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำสปิติอย่าลืมไปชมความงามของทะเลสาบจันทรา และหมู่บ้านคิบเบอร์ (Kibber Village) ที่ได้ชื่อว่าเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก คือ 4,205 เมตร จากระดับน้ำทะเล บ้านเรือนกว่า 100 หลังในหมู่บ้านนี้มีลักษณะเป็นเหมือนป้อมปราการ สร้างด้วยหินและอิฐ ทาสีขาวและหลังคาสีแดงทั้งหมด สำหรับสายแอดเวนเจอร์ Sanook! Travel บอกเลยว่าไม่ควรพลาด เตรียมตัวฟิตร่างกายให้พร้อม เก็บกระเป๋าแล้วออกเดินทาง แล้วคุณจะรู้ว่า โลกนี้ยังมีสิ่งมหัศจรรย์อีกมากมายที่รอให้คุณเข้าไปสัมผัส!

ภาพประกอบจาก www.istockphoto.comขอบคุณภาพประกอบจาก : istockphoto



บทความแนะนำ